ยุคนี้ใครๆ ก็อยากมี “รายได้ทางที่สอง” กันทั้งนั้นใช่ไหม? ลำพังเงินเดือนประจำบางทีก็อาจจะแค่พอใช้ แต่ถ้าอยากมีเงินเก็บไปเที่ยว ซื้อของที่ชอบ หรือโปะหนี้ การมองหา “อาชีพเสริม” จึงเป็นทางเลือกที่สำหรับหลายๆคนในยุคนี้
แต่ปัญหาคือ… จะเริ่มที่ไหนดี? หลายคนกลัวโดนหลอก กลัวทำยาก หรือคิดว่าต้องลงทุนเยอะ วันนี้ Inovo เลยขอรวบรวม 9 แอปพลิเคชันยอดฮิตที่ “ใช้งานง่ายและหาเงินได้จริง” มาฝากกัน มีให้เลือกตามความถนัด ตั้งแต่สายอาร์ต สายขยัน ยันสายคอนเทนต์ รับรองว่าต้องมีสักแอปที่เหมาะกับคุณแน่นอน!
1. Fastwork: แหล่งรวมฟรีแลนซ์มือโปรอันดับ 1 ในไทย
แอปดังจากคุณ CK Cheong CEO แห่ง fastwork ถ้าเรามีทักษะอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทความ, แปลภาษา, ออกแบบโลโก้ หรือแม้แต่การรับจ้างปลุกตอนเช้า Fastwork คือตลาดที่คุณต้องกระโดดเข้าไปหาโอากส
- ด้วยตวามที่เป็นแพลตฟอร์มของไทย ทำให้คุยกับลูกค้าเข้าใจง่าย มีระบบตัวกลางช่วยถือเงินให้ ไม่ต้องกลัวทำงานเสร็จแล้วโดนชิ่งหนี
- ส่วนการเริ่มสมัครก็ง่ายมาก เพียง สมัครเป็นผู้ขาย ลงผลงาน (Portfolio) ให้ดูน่าเชื่อถือ และตั้งราคาที่เหมาะสมในช่วงแรกเพื่อเก็บรีวิว
- โอกาสมาแบบนี้ บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ถ้าเรามีฝีมือ ย่อมมีโอกาสแน่นอน
2. Fiverr: โกอินเตอร์ รับเงินดอลลาร์ให้ฉ่ำปอด
ขยับจากไทยไปสู่ระดับโลกกันบ้างกับ Fiverr หลักการคล้าย Fastwork ครับแต่ที่นี่คือตลาดโลก ถ้าคุณพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ หรือมีงานดีไซน์ที่ไม่ต้องใช้ภาษาเยอะ นี่คือขุมทรัพย์เลย
-
เรทราคาเริ่มต้นที่ $5 (ประมาณ 180 บาท) แต่เชื่อเถอะว่าส่วนใหญ่ได้เยอะกว่านั้นมาก เพราะเราสามารถบวกค่าบริการเพิ่มเป็น Package ได้
-
โดยงานยอดฮิตคือการทำกราฟิก, ตัดต่อวิดีโอสั้น หรือแม้แต่การรับจ้างอัดคลิปรีวิวสินค้าเป็นภาษาไทยให้ชาวต่างชาติก็สามารถทำได้
3. Canva: จากคนแต่งรูปไม่เป็น สู่คนสร้างรายได้
หลายคนอาจจะงงว่า Canva หาเงินได้ยังไง? จริงๆ แล้วมันคือเครื่องมือทำมาหากินชั้นยอดเลย
-
คุณสามารถรับจ้างออกแบบ Template โพสต์โซเชียลมีเดีย, ทำ Resume, ทำ Presentation หรือแม้แต่การออกแบบลายเสื้อผ้าแล้วไปขายในเว็บอย่าง Etsy หรือ Redbubble
-
ในแพลทฟอร์มมีเทมเพลตให้เลือกเยอะมาก แค่ปรับสี เปลี่ยนฟอนต์ให้ดูมีสไตล์ เราก็สามารถสร้างรายได้จากความคิดสร้างสรรค์ได้แล้ว
4. Shopee & 5. Lazada: สองยักษ์ใหญ่สายขายของ
ถ้าพูดถึงการขายของออนไลน์ สองแอปนี้คือเบอร์หนึ่งในตลาดของไทยแล้ว ข้อดีคือคนเข้าใช้งานมหาศาลอยู่แล้ว เราไม่ต้องเหนื่อยหาคนเดินตลาดเอง
-
แต่ถ้าเราไม่มีของขายทำไง? เดี๋ยวนี้เขามีระบบ Affiliate (นายหน้า) ครับ แค่คุณเอาลิงก์สินค้าไปแชร์ ถ้ามีคนคลิกซื้อ คุณก็ได้ค่าคอมมิชชั่นฟรีๆ โดยไม่ต้องแพ็คของเอง หรือจะทำ Dropshipping ติดต่อโรงงานให้ส่งในนามเราก็ได้
-
มีเทคนิคลับ: ต้องติดตามช่วงแคมเปญ 11.11 หรือ 12.12 ให้ดี ช่วงนั้นยอดขายจะพุ่งกระฉูดกว่าปกติหลายเท่า!
6. TikTok: แอปสร้างตัวตนที่เปลี่ยนยอดวิวเป็นยอดเงิน
นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก TikTok แอปที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นเศรษฐีมานักต่อนัก ซึ่งเรามีวิธีการหาเงินจากมันได้หลากหลายวิธี
-
TikTok Shop: เปิดร้านขายเอง
-
TikTok Affiliate: รีวิวสินค้าคนอื่นแล้วกินค่าคอม
-
Live Streaming: รับของขวัญจากแฟนคลับ หรือไลฟ์ขายของ
-
-
แต่สิ่งสำคัญก็คือ ความสม่ำเสมอ ลงคลิปบ่อยๆ เป็นตัวเองให้มากที่สุด แล้วอัลกอริทึมจะเหวี่ยงคุณไปหาลูกค้าเอง
7. YT Studio (YouTube): ปั้นช่องระยะยาวเพื่อ Passive Income
ถ้า TikTok คือการทำเงินแบบฉาบฉวยและรวดเร็ว YouTube คือการสร้างทรัพย์สินในระยะยาว YT Studio จะเป็นตัวช่วยจัดการหลังบ้านให้เราได้เลย
-
รายได้มาจากไหน: ค่าโฆษณา (AdSense), สปอนเซอร์รีวิวสินค้า, และล่าสุดคือ YouTube Shorts ที่กำลังมาแรงแข่งกับ TikTok
-
ข้อแนะนำ: หา Niche หรือเรื่องที่คุณถนัดจริงๆ เช่น รีวิวเกม, สอนทำอาหาร, หรือเล่าเรื่องผี ยิ่งเฉพาะทางเท่าไหร่ ฐานแฟนคลับยิ่งเหนียวแน่นครับ
8. Airbnb: เปลี่ยนห้องว่างให้กลายเป็นที่พักสุดชิค
บ้านใครมีห้องเหลือ หรือมีคอนโดที่ปล่อยเช่ารายเดือนไม่ได้ลองหันมามอง Airbnb
-
นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวไทยเยอะมาก ถ้าบ้านของเราอยู่ในทำเลที่ดี หรือมีการตกแต่งที่สวยงาม (Instagrammable) ลูกค้าจะจองกันข้ามเดือนเลยทีเดียว
-
เราสามารถเป็นได้มากกว่าที่พัก คุณยังสามารถขาย “Experience” ได้ด้วย เช่น พาทัวร์กินสตรีทฟู้ดในชุมชน หรือสอนร้อยมาลัย ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมาก
9. Grab: งานอิสระ ขยันมากได้มาก
สุดท้ายสำหรับคนที่ชอบอยู่บนท้องถนนและอยากได้เงินรายวัน Grab คือคำตอบที่คลาสสิกและมั่นคงที่สุด
-
จะขับรถส่งคน (GrabCar), ส่งอาหาร (GrabFood) หรือส่งพัสดุ (GrabExpress) เราสามารถเลือกเวลาทำงานเองได้ 100%
-
คนที่มีรถและมีเวลาว่างหลังเลิกงาน หรือวันเสาร์-อาทิตย์ แค่ออกไปวิ่งไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ค่ากับข้าว ค่ากาแฟแล้ว
สรุป: เริ่มต้นวันนี้ เพื่อผลลัพธ์ในวันหน้า
ทั้ง 9 แอปที่ Inovo นำมาฝากกันวันนี้ มีทั้งสายที่ต้องใช้ทักษะ (Skill) และสายที่ใช้ความขยัน (Effort) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การโหลดมาทุกแอปแล้วทำพร้อมกัน แต่คือการ “เลือกแอปที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราที่สุด” แล้วเริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง
จำไว้นะว่า “เงินล้านไม่ได้เริ่มที่การฝัน แต่เริ่มที่การคลิกเข้าไปสมัคร” หากกำลังมองหาแรงบันดาลใจหรือเทคนิคดีๆ ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาชีวิต อย่าลืมติดตามบทความดีๆ จาก Inovo