เคยไหม? อยากเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ทั้งที แต่พอยืนอยู่ท่ามกลางตัวเลือกนับร้อยในตลาด กลับรู้สึกเลือกไม่ถูก ไม่รู้จะต้องเริ่มต้นเช็กสเปกจากตรงไหน กลัวซื้อมาแล้วใช้งานได้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป หรือจ่ายแพงเกินความจำเป็นแต่กลับได้ฟังก์ชันที่ไม่ได้ใช้งานจริง ปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับใครหลายคนที่กำลังมองหา ซื้อโทรศัพท์ใหม่ สักเครื่อง ท่ามกลางยุคที่สมาร์ทโฟนแข่งขันกันดุเดือด มีทั้งคำศัพท์เทคนิคชวนปวดหัว หากเลือกพลาดไปอาจเจออาการเครื่องหน่วง ค้างไว หรือได้สเปกที่ไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
เพื่อตัดปัญหาความกังวลใจและช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จึงได้รวบรวมคู่มือและ วิธีเลือกซื้อโทรศัพท์ ฉบับเข้าใจง่าย ที่จะมาไขข้อข้องใจว่าก่อนตัดสินใจควักกระเป๋า ซื้อโทรศัพท์ใหม่ เช็กอะไรบ้าง สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อโทรศัพท์ ตั้งแต่การตั้งโจทย์การใช้งาน การดูฮาร์ดแวร์ การคำนวณความคุ้มค่า ไปจนถึงเช็กลิสต์หน้างาน เพื่อให้ได้สมาร์ทโฟนที่ตรงใจ คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และใช้งานได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
ตั้งโจทย์ให้ชัด: คุณซื้อโทรศัพท์ไป “ใช้งานแบบไหน”?
ก่อนซื้อโทรศัพท์ใหม่อย่าเพิ่งมองแค่ราคา หรือเลือกจากสเปกที่แรงที่สุด เพราะโทรศัพท์ที่ดีคือเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราได้จริง สำรวจไลฟ์สไตล์ตัวเองก่อนว่าใช้โทรศัพท์เพื่อความบันเทิง ทำงาน หรือเน้นความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น
สายโซเชียล/ความบันเทิง: เน้นจอใหญ่ ภาพชัด ลำโพงดี
ใครที่ใช้โทรศัพท์เพื่อความบันเทิงเป็นหลักในการดู YouTube, TikTok, Netflix หรือเล่นโซเชียล ควรเลือกหน้าจอที่มีขนาดกำลังดี ภาพคมชัด สีสวย และให้ความสว่างเพียงพอสำหรับใช้งานกลางแจ้ง รวมถึงลำโพงที่ให้เสียงชัดเจนและมีมิติเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชม ส่วนใครที่ชอบถ่ายรูปหรือทำคอนเทนต์ ควรเช็กคุณภาพกล้องและพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติม
สายทำงาน/ผู้สูงอายุ: เน้นตัวหนังสือใหญ่ แบตเตอรี่อึด ใช้งานง่าย
สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์ทำงาน อ่านเอกสาร แชต หรือผู้สูงอายุที่ต้องการเครื่องใช้งานง่าย ควรให้ความสำคัญกับหน้าจอที่อ่านง่าย ปรับขนาดตัวอักษรได้ และเมนูไม่ซับซ้อน แบตเตอรี่ควรมีความจุเพียงพอสำหรับใช้งานตลอดวัน รวมถึงตัวเครื่องที่จับถนัดมือและระบบการโทรที่ชัดเจน เพื่อให้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวก
สายคุ้มค่า: เน้นฟังก์ชันครบ รองรับแอปพลิเคชันพื้นฐานและแอปการเงินได้ลื่นไหล
หากต้องการโทรศัพท์ที่คุ้มเงินที่สุด ไม่จำเป็นต้องไล่ตามสเปกแรงระดับท็อป แต่ควรเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพเหมาะกับการใช้งานจริง เช่น เล่นโซเชียล ดูวิดีโอ ใช้ LINE, Google Maps รวมถึงแอปธนาคารและแอปการเงินต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น พร้อมมี RAM และพื้นที่จัดเก็บเพียงพอสำหรับการใช้งานระยะยาว วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดงบโดยไม่ต้องแลกกับประสบการณ์ใช้งานที่ติดขัด
การกำหนดเป้าหมายการใช้งานให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้การ ซื้อโทรศัพท์ใหม่ เช็กอะไรบ้าง กลายเป็นเรื่องง่าย และทำให้คุณไม่พลาดข้อมูลและ สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อโทรศัพท์ เพื่อให้ได้เครื่องที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด
เช็กลิสต์ 5 สเปกสำคัญ (Hardware Specs) ที่ต้องดูให้เป็น
การเช็กสเปกฮาร์ดแวร์ก่อนตัดสินใจถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้สมาร์ทโฟนที่ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ตกรุ่นเร็ว และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โดยเทคนิคการเลือกซื้อโทรศัพท์ในส่วนนี้จะช่วยให้คุณอ่านสเปกเป็นและรู้ทันกลไกตลาดมากยิ่งขึ้น มาดู 5 เช็กลิสต์สเปกที่ต้องมีกันเลย
RAM & ROM: RAM เท่าไหร่ถึงจะไม่ค้าง? (แนะนำ 4GB ขึ้นไป) และพื้นที่เก็บข้อมูล (ROM) ที่เพียงพอ
หน่วยความจำแรม (RAM) เปรียบเสมือนพื้นที่ทำงานชั่วคราวของเครื่อง ควรเลือกขั้นต่ำที่ 4GB ขึ้นไปเพื่อให้เปิดหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันได้ไม่สะดุด ควบคู่ไปกับพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน (ROM) ขนาด 64GB หรือ 128GB ขึ้นไป เพื่อให้มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับเก็บรูปภาพ วิดีโอ และแอปพลิเคชันยอดฮิตโดยไม่ต้องคอยลบไฟล์บ่อย ๆ
แบตเตอรี่ (Battery) ความจุ 4,000–5,000 mAh ขึ้นไป เพื่อการใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน
พลังงานคือสิ่งสำคัญในยุคดิจิทัล สมาร์ทโฟนที่ดีควรมีความจุแบตเตอรี่อย่างน้อยเริ่มต้นที่ 4,000 – 5,000 mAh ขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าจะใช้งานโทรศัพท์ติดต่อสื่อสาร ทำงาน หรือดูความบันเทิงได้ต่อเนื่องยาวนานตลอดวัน โดยไม่ต้องพกแบตเตอรี่สำรองให้หนักกระเป๋า
หน้าจอ (Display): ขนาดหน้าจอความคมชัดที่ถนอมสายตา และสู้แสงแดดเมืองไทยได้ดี
หน้าจอควรมีขนาดเหมาะมือ มองเห็นตัวหนังสือชัดเจน ความละเอียดระดับ HD+ หรือ Full HD+ และมีค่าความสว่างหน้าจอที่สูงพอสมควร เพื่อให้สามารถสู้แสงแดดจ้ากลางแจ้งของประเทศไทยได้สบายตา ไม่ต้องเพ่งเวลาใช้งานนอกอาคาร
กล้องถ่ายรูป (Camera): ดูความคมชัด และฟังก์ชันการถ่ายรูปในชีวิตประจำวัน
ไม่ต้องมองหากล้องระดับโปรโมชันราคาแพงลิบลิ่ว แต่ควรเน้นความคมชัดของเลนส์หลัก ระบบโฟกัสที่รวดเร็ว และมีฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็น เช่น โหมดถ่ายภาพกลางคืน โหมดหน้าสวยธรรมชาติ หรือการบันทึกวิดีโอที่เสถียรสำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สวยงามคมชัดพร้อมแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันทีโดยไม่ต้องแต่งภาพเยอะ
ระบบปฏิบัติการ (OS) & การเชื่อมต่อ: รองรับ Android เวอร์ชันใหม่ และการใส่ได้ 2 SIM
ระบบปฏิบัติการและการเชื่อมต่อควรเลือกรุ่นที่ใช้ Android เวอร์ชันใหม่หรือยังได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยและรองรับแอปพลิเคชันในอนาคต นอกจากนี้ หากต้องใช้เบอร์ส่วนตัวและเบอร์ทำงานพร้อมกัน ควรเช็กว่ารองรับ Dual SIM หรือ 2 SIM หรือไม่ รวมถึงการเชื่อมต่อที่จำเป็น เช่น 4G/5G, Wi-Fi และ Bluetooth
การเลือกสเปกโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องไล่ตามตัวเลขที่สูงที่สุด แต่ควรดูให้ครบทั้ง RAM และ ROM แบตเตอรี่ หน้าจอ กล้อง รวมถึงระบบปฏิบัติการและการเชื่อมต่อ การเช็กทั้ง 5 จุดนี้ก่อนตัดสินใจจะช่วยให้เลือกซื้อโทรศัพท์ใหม่ได้เครื่องที่คุ้มค่ากับงบประมาณมากกว่าเดิม
เช็กความคุ้มค่าและงบประมาณ (Value for Money)
อันดับแรกก่อนซื้อโทรศัพท์ใหม่ ควรกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน และถามตัวเองก่อนว่าฟังก์ชันไหนคือสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ อย่าจ่ายเงินเพิ่มให้กับสเปกที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น หากใช้โทรศัพท์เพียงแชต LINE เล่นโซเชียล ดู YouTube หรือทำธุรกรรมออนไลน์ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องที่มีสเปกระดับเกมมิ่งหรือชิปประมวลผลสุดแรง เพราะนอกจากจะเสียเงินเกินความจำเป็นแล้วในการใช้งานจริงฟีเจอร์นั้นอาจไม่ได้คุ้มค่าสำหรับเรา
อีกสิ่งที่ควรทำคือเปรียบเทียบ สเปกต่อราคา (Price-to-Performance Ratio) ของโทรศัพท์แต่ละรุ่นในงบใกล้เคียงกันทั้ง RAM หรือ ROM แบตเตอรี่ หน้าจอ กล้อง และความสามารถในการใช้งาน ไม่ควรตัดสินจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะบางรุ่นอาจมีราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่ได้สเปกที่ตอบโจทย์และใช้งานได้นานกว่า จึงควรมองให้ครบทั้งราคาและประสิทธิภาพ เพื่อให้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
เช็กตัวเครื่องและการรับประกันก่อนชำระเงิน (Pre-purchase Checklist)
ก่อนจ่ายเงินหรือเดินออกจากร้าน อย่ารีบเช็กแค่สีและความสวยของเครื่อง แต่ควรตรวจสอบสภาพโทรศัพท์ อุปกรณ์ภายในกล่อง และสิทธิ์การรับประกันให้ครบ เพื่อป้องกันปัญหาได้เครื่องมีตำหนิหรือไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ
- สภาพกล่องสมบูรณ์ มีซีลปิดชิด กล่องต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ซีลปิดสนิท ไม่มีร่องรอยการแกะหรือเปิดใช้งานมาก่อน
- เช็กตัวเครื่องอยู่ในสภาพดี ตรวจดูรอยขีดข่วน รอยบุบ หน้าจอ และขอบเครื่องให้เรียบร้อย รวมถึงเช็ก IMEI ให้ตรงกับกล่องหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- เช็กอุปกรณ์เสริมในกล่อง ตรวจสอบสายชาร์จ หัวชาร์จ เคส หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ว่ามีให้ครบตามที่ระบุไว้ในชุดจำหน่าย
- ใส่ซิมและทดลองใช้งาน ลองโทรออก รับสาย เปิดอินเทอร์เน็ตมือถือ และเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อเช็กว่าการสื่อสารและการเชื่อมต่อทำงานปกติ
- ทดสอบฟีเจอร์พื้นฐาน และทดสอบถ่ายภาพ ลองแตะหน้าจอ ปรับระดับเสียง เปิดลำโพง ทดสอบไมโครโฟน และทดลองถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าและกล้องหลัง เพื่อดูว่าฟังก์ชันสำคัญใช้งานได้ครบ
- การรับประกันศูนย์ในไทย เช็กเงื่อนไขประกันเครื่องและประกันหน้าจอให้ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบว่ามีศูนย์บริการหรือช่องทางติดต่อที่สามารถเข้ารับบริการได้จริง
การตรวจสอบก่อนชำระเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญไม่แพ้การเลือกสเปก เพราะช่วยให้มั่นใจว่าเครื่องที่ได้รับอยู่ในสภาพสมบูรณ์ อุปกรณ์ครบ และสามารถใช้งานได้ตามปกติ หากเป็นไปได้ควรเก็บใบเสร็จ หลักฐานการซื้อ และข้อมูลการรับประกันไว้ให้เรียบร้อย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดต่อศูนย์บริการหากพบปัญหาภายหลัง
5 รุ่นฮิตจากแบรนด์ inovo เลือก มือถือยี่ห้อไหนดี ราคาถูก ให้คุ้มเงินที่สุด
inovo แบรนด์สมาร์ทโฟนขวัญใจคนงบประหยัดที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าได้อย่างลงตัว ชูจุดเด่นด้านฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ดีไซน์ทันสมัย ในราคาที่เอื้อมถึงง่าย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์แบบไม่ต้องจ่ายแพง และศูนย์บริการในไทยที่เชื่อถือได้ พร้อมตัวเลือกหลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ขอแนะนำ 5 รุ่นเด็ดที่น่าสนใจที่คัดมาให้เลือกตามสไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น

inovo Y03 – สดใสทุกมุมมอง ครบเครื่องเรื่องความคุ้มค่า
สมาร์ตโฟนดีไซน์น่ารัก สีสันสดใสสะดุดตา มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดกว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ ให้ภาพสีสันสดใสคมชัด เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเพลิดเพลินในการท่องโซเชียลมีเดีย ดูคลิปวิดีโอ หรือรับชมความบันเทิงเบาๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน ขับเคลื่อนด้วยหน่วยความจำ RAM 4 GB / ROM 64 GB ระบบ Interpolation พ่วงด้วยแบตเตอรี่อึดใจขนาด 4,500 mAh รองรับพอร์ตชาร์จสมัยใหม่แบบ Type-C ตัวเครื่องจับถนัดมือและตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี

inovo F8 – จอใหญ่สะใจ แบตอึดข้ามวัน สะใจทุกความบันเทิง
รุ่นยอดฮิตหน้าจอใหญ่สะใจถึง 6.9 นิ้ว แบบ HD+ ดีไซน์รูกล้องหน้าแบบ Punch-Hole Display ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความเรียบง่ายและการใช้งานที่สะดวกสบายสูงสุด โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลตัวหนังสือขนาดใหญ่อ่านง่าย เมนูไม่ซับซ้อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ มาพร้อมจุดเด่นแบตเตอรี่ความจุยักษ์ถึง 5,500 mAh รองรับการใช้งานยาวนานตลอดวัน ชาร์จไวผ่านพอร์ต Type-C พร้อมกล้องหลังคมชัด 16 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตัง ธนาคาร และโซเชียลได้อย่างเสถียร
เติมเต็มทุกทางเลือกที่คุ้มค่ายิ่งขึ้นด้วยสมาร์ตโฟนจากแบรนด์พันธมิตรคุณภาพ ภายใต้การบริหารจัดการและเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Ordro และ KXD ในประเทศไทย มั่นใจได้ในมาตรฐานและการบริการหลังการขาย คัดสรรรุ่นเด็ดสเปกแรงมาให้เลือกสรร

ODDOLE R-01 – พลังแบตสุดโหด จอใหญ่สะใจสายบันเทิง
ทางเลือกสุดคุ้มจากแบรนด์ในเครือตัวแทนจำหน่าย มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบหยดน้ำ ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 6.9 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720 x 1600 พิกเซล) ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลระดับ Octa-Core (8-Core) ทำงานรวดเร็วต่อเนื่อง จับคู่มากับหน่วยความจำ RAM 4+4 GB / ROM 64 GB รองรับการเพิ่ม MicroSD Card ยกระดับการถ่ายภาพด้วยกล้องหลังคมชัดสูงถึง 20 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล พร้อมแบตเตอรี่อึดทนสะใจถึง 7,000 mAh รองรับพอร์ต Type-C และระบบปลดล็อกด้วยการสแกนใบหน้า

KXD A07 – ตัวจริงเรื่องความประหยัด ฟังก์ชันครบจบในเครื่องเดียว
อีกหนึ่งรุ่นคุณภาพยอดเยี่ยมจากแบรนด์สากล KXD ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรในการทำงาน มาพร้อมหน้าจอแสดงผลกว้าง 6.6 นิ้ว ความละเอียด HD+ สีสันสดใสสมจริง ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Octa-Core ประสิทธิภาพสูง จัดเต็มหน่วยความจำด้วยฟังก์ชันขยาย RAM สูงสุดถึง 11 GB (RAM 3+8 GB) พร้อม ROM 64 GB รองรับ MicroSD โดดเด่นด้วยลูกเล่นระบบความปลอดภัยครบครันทั้ง การสแกนลายนิ้วมือ และสแกนใบหน้า พ่วงด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh รองรับการชาร์จผ่านพอร์ต Type-C ตอบโจทย์คนงบน้อยแต่ต้องการฟีเจอร์เทียบชั้นรุ่นใหญ่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

KXD A09 – กระชับมือ ไหลลื่นไม่มีสะดุดในทุกการใช้งาน
โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย หน้าจอแสดงผลขนาดกว้าง 6.6 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ สีสันสดใส ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android บนซีพียู Octa-Core ให้ความลื่นไหลในทุกการสัมผัส ขับเคลื่อนด้วย RAM 3+8GB / ROM 64G เพิ่มหน่วยความจำได้สูงสุด 128GB จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto focus และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล พ่วงแบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh รองรับพอร์ต Type-C และตอบโจทย์ยุคดิจิทัลด้วยการรองรับแอปพลิเคชันทางการเงิน สแกน QR Code และเป๋าตังได้อย่างรวดเร็วปลอดภัย
ถ้ากำลังมองหามือถือราคาคุ้มค่า ใช้งานง่าย และไม่อยากจ่ายแพงเกินจำเป็น inovo พร้อมแบรนด์ในเครือและแบรนด์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง Ordro และ KXD ก็เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด มีสมาร์ตโฟนหลากหลายรุ่นให้เลือกในราคาจับต้องได้
ที่สำคัญมาพร้อมบริการหลังการขายและ ศูนย์บริการในประเทศไทย ที่ช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้นหลังการซื้อ จะซื้อไว้ใช้เอง ซื้อเป็นเครื่องสำรอง หรือมองหาโทรศัพท์ให้คนในครอบครัว ก็เลือกเครื่องที่ใช่ในราคาที่คุ้มค่า พร้อมความอุ่นใจจากบริการหลังการขายที่เข้าถึงได้ง่าย
สรุป: เลือกรุ่นที่ใช่ ในราคาที่สบายกระเป๋า
การเลือกสมาร์ตโฟนสักเครื่องไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงเสมอไป หากกำลังมองหามือถือที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน inovo คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มค่า ด้วยสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานแตกต่างกัน ทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ แบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานในแต่ละวัน ฟังก์ชันพื้นฐานครบครัน และดีไซน์ที่ดูทันสมัย ในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายจากศูนย์บริการในประเทศไทย เพิ่มความมั่นใจและความอุ่นใจตลอดการใช้งาน ช่วยให้เลือกมือถือเครื่องใหม่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะซื้อไว้ใช้เองหรือมองหาเครื่องให้คนในครอบครัว inovo ก็พร้อมเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า ให้คุณเป็นเจ้าของสมาร์ตโฟนที่ตอบโจทย์ได้โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินจำเป็น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ Section)
Q : ซื้อโทรศัพท์ใหม่ยุคนี้ ควรเลือก RAM และ ROM เท่าไหร่ดีถึงจะพอใช้งาน?
A : สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นโซเชียล ดูหนัง ตอบแอปแชต และใช้งานแอปธนาคาร แนะนำ RAM ขั้นต่ำ 4GB ขึ้นไปเพื่อให้เครื่องทำงานได้ลื่นไหล ส่วน ROM (ความจุเครื่อง) ควรเริ่มที่ 64GB – 128GB เพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับอัปเดตแอปพลิเคชันและเก็บรูปภาพครับ
Q : โทรศัพท์ราคาประหยัด ใช้งานยาวๆ จะพังง่ายไหม ต้องดูตรงไหน?
A : โทรศัพท์ราคาประหยัดยุคนี้มีมาตรฐานการผลิตที่ดีขึ้นมาก สิ่งสำคัญคือการเลือกแบรนด์ที่มี การรับประกันศูนย์ไทยอย่างถูกต้อง มีอะไหล่รองรับ และเลือกสเปกแบตเตอรี่ความจุสูง (4,000-5,000 mAh) จะช่วยยืดอายุการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีที่สุดครับ
Q : ตรวจรับเครื่องใหม่หน้าร้าน หรือตอนแกะกล่องที่บ้าน ต้องเช็กอะไรเป็นอย่างแรก?
A : 1. เช็กซีลกล่องว่าไม่มีรอยแกะ 2. ตรวจสอบริ้วรอยรอบตัวเครื่องและหน้าจอ 3. เปิดเครื่องเช็กหน้าจอว่ามี Pixel ดับ/ไบร์ทหรือไม่ 4. ทดลองเสียบสายชาร์จ และ 5. เช็กใบรับประกันภายในกล่องครับ