เปรียบเทียบ Blackview 3 รุ่นฮิต สายลุยควรเลือกรุ่นไหนให้ตอบโจทย์การทำงาน?

มิถุนายน 12, 2026
เปรียบเทียบ Blackview 3 รุ่นฮิต สายลุยควรเลือกรุ่นไหนให้ตอบโจทย์การทำงาน?
In this article

เสียงโทรศัพท์หล่นกระแทกพื้นคอนกรีตดังแกร๊ก…คือฝันร้ายของไรเดอร์และคนทำงานกลางแจ้งทุกคนครับ!! การขี่รถมอเตอร์ไซค์ส่งของหรือการทำงานภาคสนามตลอดทั้งวันมักทำให้เจอปัญหาหน้าจอแตกหรือแบตเตอรี่หมดไวระหว่างวิ่งงานอยู่เสมอ ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ทโฟนสายพันธุ์อึดที่พร้อมลุยงานหนัก แบรนด์อันดับต้นๆ ย่อมมีชื่อของ Blackview ติดโผแน่นอน!! เนื่องจากแบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความถึกทนระดับสากล

แต่พอจะควักเงินซื้อจริงๆ หลายคนกลับเลือกไม่ถูกเพราะมีตัวเลือกและช่วงราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่ระดับหลักพันสบายกระเป๋าไปจนถึงรุ่นท็อปเรือธง inovo เราจึงจับมัดรวมข้อมูลมา เปรียบเทียบ Blackview 3 รุ่นฮิตที่มีวางจำหน่ายบนเว็บ inovo มาชนสเปคกันแบบหมัดต่อหมัด ทั้งรุ่นเล็กประหยัด, รุ่นแบตยักษ์ และรุ่นท็อป 5G ข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้คุณเลือกเครื่องที่ใช่และคุ้มค่าที่สุดไปใช้ทำมาหากินได้อย่างสบายใจแน่นอนครับ

ทำไมผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบ Blackview ถึงเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนพันธุ์อึดที่คนทำงานไว้วางใจ?

สมาร์ทโฟน Blackview คือโทรศัพท์มือถือสายลุยที่สร้างชื่อเสียงในเรื่องความถึกทนระดับสากลและความคุ้มค่าเมื่อเทียบสเปคต่อราคา โครงสร้างภายนอกถูกออกแบบด้วยระบบกันกระแทกที่แข็งแกร่งกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป สิ่งที่ทำให้คนทำงานในไทยไว้วางใจแบรนด์นี้ยิ่งขึ้นคือการได้รับการการันตีและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดย inovo และตัวแทนจัดจำหน่ายของแบรนด์โดยตรง

ทั้งสองช่องทางปลอดภัยกว่าเครื่องหิ้วแน่นอนครับ ตัวเครื่องเลือกใช้วัสดุและโครงสร้างที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกเป็นพิเศษ พร้อมปกป้องหน้าจอด้วยกระจกนิรภัย Gorilla Glass เป็นมาตรฐานเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและการแตกหักจากการตกหล่น ประกอบกับการที่แบรนด์ inovo เข้ามาดูแลระบบหลังบ้านอย่างถูกต้อง ทำให้ศูนย์บริการในไทยมีอะไหล่แท้พร้อมรองรับตลอดเวลา และให้การรับประกันตัวเครื่องยาวนานถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องเครื่องหิ้วที่ไม่มีอะไหล่หรือไม่มีศูนย์บริการรองรับได้อย่างเด็ดขาด หากเครื่องมีปัญหาไม่ว่าจะซื้อจากแบรนด์ inovo หรือซื้อผ่านตัวแทนขายของแบรนด์ สามารถส่งซ่อมกับทาง inovo ได้โดยตรงครับ

ความอุ่นใจตรงนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียรายได้ของคนทำงานเนื่องจากโทรศัพท์พังเสียหายระหว่างปฏิบัติงานครับ พี่ๆ ไรเดอร์หรือช่างซ่อมบำรุงสามารถทำงานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งซ่อมที่รอนานหรือไม่มีอะไหล่เปลี่ยน ความน่าเชื่อถือไม่ได้มาจากฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริการที่ศูนย์ไทยมอบให้ ซึ่งเป็นจุดปิดการขายสำคัญที่ทำให้ทุกคนมั่นใจ

ตารางเปรียบเทียบ Blackview 3 รุ่นฮิต สเปคชนสเปคสรุปในที่เดียว

ทีมงานเราเตรียมข้อมูลสรุปมาให้แล้วครับ การดูตารางเปรียบเทียบจะช่วยให้คุณมองเห็นความแตกต่างของขนาดหน้าจอ เครือข่ายที่รองรับ ขนาดความจุแบตเตอรี่ และหน่วยความจำของทั้งสามรุ่นได้อย่างชัดเจนภายในคลิกเดียวเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ เลือกง่ายขึ้นเยอะครับ

ฟีเจอร์ / สเปค Blackview BV4800 Pro Blackview FORT 1 Blackview BL7000
ขนาดหน้าจอ 6.56 นิ้ว 6.56 นิ้ว (อัตรารีเฟรชเรต 90Hz) 6.78 นิ้ว (อัตรารีเฟรชเรต 240Hz)
เครือข่าย 4G 4G 5G ความเร็วสูง
หน่วยความจำ RAM 4+8GB / ROM 128GB RAM 6+12GB / ROM 256GB RAM 8+16GB / ROM 256GB
แบตเตอรี่ 5,080 mAh 10,000 mAh 7,500 mAh (รองรับระบบชาร์จไว)
กระจกหน้าจอ กระจกนิรภัย Gorilla Glass กระจกนิรภัย Gorilla Glass กระจกนิรภัย Gorilla Glass
ฟีเจอร์เด็ด Glove Mode / ราคาประหยัดที่สุด Glove Mode / แบตเตอรี่ยักษ์ / ปุ่มลัด Glove Mode / กล้อง Night Vision / บอดี้เมทัลลิก

เจาะลึกผลเปรียบเทียบ Blackview 3 รุ่นฮิต สไตล์งานแบบคุณเหมาะกับรุ่นไหน?

มาลองเจาะลึกรายละเอียดของแต่ละรุ่นกันดีกว่าครับ เพื่อให้คุณประเมินความคุ้มค่าและมองหารุ่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงทุนซื้อไปใช้ทำงานครับ

เปรียบเทียบ Blackview BV4800 Pro (น้องเล็กสายประหยัด เน้นคุ้มค่า) สมาร์ทโฟน Blackview BV4800 Pro เป็นโทรศัพท์รุ่นเริ่มต้นที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความประหยัดและคุ้มค่าสูงสุดในบรรดาทั้งสามรุ่น แม้ราคาจะสบายกระเป๋าแต่ระบบประมวลผลให้สเปคมาเพียงพอต่อการทำงานด้วยชิปประมวลผล Octa-Core บนเครือข่าย 4G พร้อมหน่วยความจำ RAM 4+8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ROM 128GB

1. Blackview BV4800 Pro (น้องเล็กสายประหยัด เน้นคุ้มค่า)

สมาร์ทโฟน Blackview BV4800 Pro เป็นโทรศัพท์รุ่นเริ่มต้นที่ออกแบบมาเพื่อเน้นความประหยัดและคุ้มค่าสูงสุดในบรรดาทั้งสามรุ่น แม้ราคาจะสบายกระเป๋าแต่ระบบประมวลผลให้สเปคมาเพียงพอต่อการทำงานด้วยชิปประมวลผล Octa-Core บนเครือข่าย 4G พร้อมหน่วยความจำ RAM 4+8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ROM 128GB

  • ทางเลือกเปิดใจสำหรับคนงบน้อย โทรศัพท์รุ่นนี้ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้งานที่มีงบประมาณจำกัดสามารถเป็นเจ้าของมือถือกันน้ำกันกระแทก นอกจากเรื่องกันน้ำแล้ว ตัวเครื่องยังต้องผ่านการรับรอง มาตรฐาน MIL-STD-810H ซึ่งเป็นมาตรฐานการทดสอบความทนทานขั้นสูงของกองทัพสหรัฐฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนโตแต่ยังได้ฟีเจอร์ความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน
  • หน้าจอสัมผัสระบบพิเศษ ตัวเครื่องติดตั้งหน้าจอขนาด 6.56 นิ้วที่ปกป้องด้วยกระจกนิรภัย Gorilla Glass และยังรองรับระบบสัมผัส Glove Mode ที่ช่วยให้ตรวจจับกระแสไฟฟ้าจากนิ้วมือได้แม่นยำแม้คุณกำลังสวมถุงมือหนาทำงานอยู่ก็ตาม
  • พลังงานเพียงพอในหนึ่งวัน ระบบพลังงานขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5,080 mAh ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในแต่ละวัน ไรเดอร์มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าวงการวิ่งรับส่งอาหารสามารถใช้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นเครื่องหลักในการเปิดระบบรับงานและดูแผนที่นำทางได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฝนตกหรือแรงสั่นสะเทือนบนแฮนด์มอเตอร์ไซค์

เปรียบเทียบ Blackview FORT 1 (พี่ใหญ่พันธุ์ดุ แบตมหึมาทะลุหมื่น) สมาร์ทโฟน Blackview FORT 1 เป็นโทรศัพท์สายลุยระดับกลางค่อนสูงที่เน้นแก้ปัญหาเรื่องพลังงานอย่างเบ็ดเสร็จครับ โดดเด่นด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ความจุสูงถึง 10,000 mAh มั่นใจได้เต็มร้อย มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.56 นิ้วที่อัปเกรดอัตรารีเฟรชเรตเป็น 90Hz ให้ความลื่นไหล และมีหน่วยความจำขนาดใหญ่ RAM 6+12GB กับ ROM 256GB ช่วยให้เปิดแอปพลิเคชันนำทางควบคู่กับแอปพลิเคชันรับงานได้ราบรื่น

2. Blackview FORT 1 (พี่ใหญ่พันธุ์ดุ แบตมหึมาทะลุหมื่น)

สมาร์ทโฟน Blackview FORT 1 เป็นโทรศัพท์สายลุยระดับกลางค่อนสูงที่เน้นแก้ปัญหาเรื่องพลังงานอย่างเบ็ดเสร็จครับ โดดเด่นด้วยการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ความจุสูงถึง 10,000 mAh มั่นใจได้เต็มร้อย มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.56 นิ้วที่อัปเกรดอัตรารีเฟรชเรตเป็น 90Hz ให้ความลื่นไหล และมีหน่วยความจำขนาดใหญ่ RAM 6+12GB กับ ROM 256GB ช่วยให้เปิดแอปพลิเคชันนำทางควบคู่กับแอปพลิเคชันรับงานได้ราบรื่น

  • ขจัดปัญหาระหว่างวันด้วยพลังงานยักษ์ เซลล์แบตเตอรี่ขนาดมหึมาช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของคนทำงานภาคสนาม ทำให้คุณสามารถวิ่งงานได้ยาวนานข้ามวันโดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์หรือมองหาปลั๊กชาร์จไฟระหว่างวัน ช่วยลดน้ำหนักสิ่งของที่ต้องพกพาและเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ได้อีกเยอะครับ
  • ระบบชาร์จไวและปุ่มลัดงานช่าง ตัวเครื่องได้รับการออกแบบให้รองรับระบบชาร์จไวผ่านพอร์ต Type-C ยอดนิยม ด้านฟังก์ชันการทำงานมีปุ่มลัด Programmable Key สำหรับตั้งค่าด่วน และยังมีแอปพลิเคชันกล่องเครื่องมือช่างเพื่อใช้ประโยชน์ในงานซ่อมบำรุงควบคู่กับระบบ Glove Mode
  • ตอบโจทย์คนลุยงานยาวนาน โทรศัพท์รุ่นนี้คือคำตอบสำหรับคนที่ตั้งคำถามว่าสมาร์ทโฟน Blackview รุ่นไหนแบตอึดที่สุด เหมาะสำหรับพี่ๆ ไรเดอร์สายวิ่งงานยาวต่อเนื่องเกิน 12 ชั่วโมง หรือช่างซ่อมบำรุงและสายแคมป์ปิ้งที่ต้องลงพื้นที่ภาคสนามที่ไม่มีไฟฟ้า ซึ่งผู้ใช้งานอาจต้องยอมแลกขนาดเครื่องที่หนาขึ้นเล็กน้อยกับความอุ่นใจเรื่องแบตเตอรี่ที่ไม่ดับกลางทาง

เปรียบเทียบ Blackview BL7000 (ตัวท็อปสายสปีด รองรับ 5G เพื่องานระดับโปร) สมาร์ทโฟน Blackview BL7000 คือรุ่นเรือธง (Flagship) ของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ โดยเป็นรุ่นเดียวที่ก้าวข้ามมาใช้เทคโนโลยีเครือข่าย 5G ความเร็วสูง จัดเต็มสเปคระดับสูงสุดด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว ที่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 240Hz เพื่อการตอบสนองที่ลื่นไหลที่สุด เสริมความหรูหราด้วยบอดี้เมทัลลิกพรีเมียม และความจุ RAM 8+16GB กับ ROM 256GB

3. Blackview BL7000 (ตัวท็อปสายสปีด รองรับ 5G เพื่องานระดับโปร)

สมาร์ทโฟน Blackview BL7000 คือรุ่นเรือธง (Flagship) ของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ โดยเป็นรุ่นเดียวที่ก้าวข้ามมาใช้เทคโนโลยีเครือข่าย 5G ความเร็วสูง จัดเต็มสเปคระดับสูงสุดด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 6.78 นิ้ว ที่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 240Hz เพื่อการตอบสนองที่ลื่นไหลที่สุด เสริมความหรูหราด้วยบอดี้เมทัลลิกพรีเมียม และความจุ RAM 8+16GB กับ ROM 256GB

  • ประมวลผลขั้นสูงด้วยความเร็ว 5G การทำงานร่วมกันของชิปโมเด็ม 5G และ RAM ขนาดใหญ่ช่วยให้การรับส่งข้อมูลและไฟล์ขนาดใหญ่เป็นไปอย่างรวดเร็ว รองรับการสลับแอปพลิเคชันทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้โดยไม่มีอาการหน่วง ช่วยให้การประสานงานในระดับโปรเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
  • กล้องตาแมวระบบอินฟราเรด ตัวเครื่องติดตั้งนวัตกรรมกล้องหลังคู่สเปคสูงที่มีกล้อง Night Vision สำหรับถ่ายภาพในที่มืดสนิท รวมถึงกระจกนิรภัย Gorilla Glass และระบบ Glove Mode พลังงานขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาด 7,500 mAh พร้อมระบบชาร์จไวความเร็วสูง
  • เปลี่ยนภาพจำของสมาร์ทโฟนสายลุย สมาร์ทโฟน Blackview BL7000 เปลี่ยนภาพจำของโทรศัพท์ทนกระแทกแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นสมาร์ทโฟนระดับโปรที่มีทั้งความเร็ว สเปคแรง และดีไซน์ที่หรูหราพรีเมียม เหมาะสำหรับวิศวกรคุมไซต์งานหรือหัวหน้างานที่ต้องเปิดไฟล์แบบแปลนก่อสร้างความละเอียดสูงผ่านระบบคลาวด์หรือตรวจงานในพื้นที่ก่อสร้างที่แสงน้อย

ฟีเจอร์มาตรฐานที่มีให้ครบหลังจากเปรียบเทียบ Blackview ทุกรุ่น

แม้ว่าสมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่นจะมีจุดเด่นและระดับราคาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ทาง Blackview ยังคงรักษามาตรฐาน DNA ของการเป็น มือถือทนกระแทก ไว้อย่างเหนียวแน่นโดยไม่มีการตัดทอนฟีเจอร์ความปลอดภัยหลักออกไปครับ ไม่ว่าจะเลือกซื้อรุ่นเริ่มต้นหรือตัวท็อป ทุกคนจะได้รับเทคโนโลยีพื้นฐานในการปกป้องตัวเครื่องที่เท่าเทียมกัน อุ่นใจแน่นอนครับ

  • ระบบสัมผัสอัจฉริยะโหมดถุงมือ ทุกรุ่นได้รับคุณสมบัติระบบสัมผัส Glove Mode ที่สามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ในเมนูการตั้งค่า เพื่อเพิ่มความไวในการตอบสนองของหน้าจอต่อวัตถุหนา ทำให้คุณสามารถสวมถุงมือหนังหรือถุงมือยางขณะปฏิบัติงานซ่อมบำรุงหรือขับขี่รถจักรยานยนต์ แล้วกดโทรออกหรือเช็กพิกัดแผนที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดถุงมือออกให้เสียเวลา
  • เกราะป้องกันและกระจกนิรภัย โครงสร้างตัวเครื่องถูกสร้างให้ซับแรงกระแทกจากที่สูงได้ดีเยี่ยม พร้อมกระจกหน้าจอนิรภัย Gorilla Glass ที่ทนต่อรอยขีดข่วนและแรงกดทับ ช่วยลดโอกาสหน้าจอแตกละเอียดยามใช้งานจริงบนท้องถนนหรือไซต์งานก่อสร้าง
  • สิทธิ์การรับประกันศูนย์ไทยเต็มรูปแบบ สิทธิ์การรับประกันและการดูแลระบบอะไหล่แท้จากศูนย์ไทยโดย inovo ยังคงครอบคลุมสมาร์ทโฟนทุกรุ่นยาวนาน 1 ปีเต็ม ถือเป็นกลยุทธ์สร้างความมั่นใจที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างจากสมาร์ทโฟนหิ้วทั่วไปในตลาดอย่างชัดเจน

สรุปเลือกเปรียบเทียบ Blackview รุ่นไหนให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ?

การเลือกซื้อว่า โทรศัพท์ Blackview รุ่นไหนดี ให้ตอบโจทย์และคุ้มค่าที่สุด สามารถสรุปเป็นหลักคิดง่ายๆ โดยเปรียบเทียบข้อดีและจุดคุ้มทุนได้ดังนี้ครับ

  • เน้นเซฟงบประมาณสูงสุด เลือกสมาร์ทโฟน Blackview BV4800 Pro เหมาะสำหรับไรเดอร์มือใหม่ หรือผู้เริ่มต้นทดลองใช้สมาร์ทโฟนพันธุ์อึด เป็นรุ่นที่จ่ายน้อยที่สุดแต่ได้ฟีเจอร์ลุยงานหลักอย่าง Glove Mode และกระจก Gorilla Glass ครบครัน
  • เน้นความอึดสะใจ ไม่ชอบพกพาวเวอร์แบงก์ เลือกสมาร์ทโฟน Blackview FORT 1 เหมาะสำหรับคนที่ต้องวิ่งงานยาวนานต่อเนื่อง 12 ชั่วโมงขึ้นไป หรือทำงานในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า แลกน้ำหนักเครื่องกับแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 10,000+ mAh และได้ฟังก์ชันปุ่มลัดกับเครื่องมือช่างเพิ่มเข้ามา
  • เน้นความเร็วระดับโปร สเปคแรงเพื่องานระบบ เลือกสมาร์ทโฟน Blackview BL7000 เหมาะสำหรับวิศวกรคุมไซต์ หัวหน้างาน หรือสายลุยที่ต้องการความเร็วจากเครือข่าย 5G ในการรับส่งข้อมูลปริมาณมาก ได้ความพรีเมียมของบอดี้เมทัลลิก หน้าจอทัชลื่น 240Hz และกล้อง Night Vision สำหรับสภาวะแสงน้อย

ข้อเท็จจริงที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดคือ หลายคนคิดว่าโทรศัพท์สายลุยราคาประหยัดจะไม่สามารถใช้งานสวมถุงมือได้ หรือมีความทนทานต่ำกว่ารุ่นท็อป แต่ความจริงแล้วแบรนด์จัดเต็มใส่โครงสร้างกันกระแทก กระจกหน้าจอ Gorilla Glass และระบบ Glove Mode มาให้เป็นมาตรฐานเท่ากันในทุกระดับราคาเพื่อประโยชน์ของคนทำงานทุกคนครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ Blackview

Q: ซื้อโทรศัพท์ Blackview จากเว็บ inovo.co.th มีประกันให้ไหม?

A: มีประกันศูนย์ไทยแท้แน่นอน 100% ครับ สินค้าทุกรุ่นผ่านการนำเข้าอย่างถูกต้อง มีศูนย์บริการในไทย มีอะไหล่พร้อมรองรับ และรับประกันตัวเครื่องยาวนาน 1 ปีเต็ม มั่นใจได้มากกว่าเครื่องหิ้วแน่นอนครับ

Q: ฟังก์ชัน Glove Mode ต้องไปเปิดใช้งานตรงไหน และใช้ได้กับถุงมือทุกประเภทไหม?

A: สามารถเปิดใช้งานได้ในเมนูการตั้งค่า (Settings) > แผงควบคุมระบบสัมผัส โดยหน้าจอจะเพิ่มความไวต่อการตอบสนอง ทำให้ใช้งานร่วมกับถุงมือผ้า ถุงมือหนัง หรือถุงมือยางที่พี่ๆ ไรเดอร์และช่างใช้อยู่เป็นประจำได้ทันทีครับ

Q: รุ่น Blackview FORT 1 แบตเตอรี่ใหญ่ขนาดนี้ ใช้เวลาชาร์จนานไหม?

A: เนื่องจากรุ่น FORT 1 มีแบตเตอรี่ความจุสูงพิเศษถึงระดับ 10,000+ mAh ตัวเครื่องจึงได้รับการออกแบบให้รองรับระบบชาร์จไว (Fast Charging) ผ่านพอร์ต Type-C มาให้ด้วย ช่วยย่นเวลาชาร์จให้เร็วขึ้น แนะนำให้ชาร์จทิ้งไว้ช่วงเวลานอน ตื่นเช้ามาก็พร้อมลุยงานได้ยาวๆ ข้ามวันโดยไม่ต้องง้อพาวเวอร์แบงก์เลยครับ

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
inovo ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้โดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ แสดงว่าท่านยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top